ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
การขอความเห็นชอบต่อร่างขอบเขตข้อกำหนดสำหรับการประชุม Navy to Navy Staff Talks ระหว่างกองทัพเรือแห่งราชอาณาจักรไทยกับกองทัพเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน (Terms of Reference for Navy to Navy Staff Talks between the Royal Thai Navy and the Pakistan Navy)

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหม (กห.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบต่อร่างขอบเขตข้อกำหนดสำหรับการประชุม Navy to Navy Staff Talks ระหว่างกองทัพเรือแห่งราชอาณาจักรไทยกับกองทัพเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน (ปากีสถาน) (Terms of Reference for Navy to Navy Staff Talks between the Royal Thai Navy and the Pakistan Navy) (ร่างขอบเขตข้อกำหนดฯ) ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของร่างขอบเขตข้อกำหนดฯ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสาระสำคัญ ให้ กห. พิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสม
2. ให้ผู้บัญชาการทหารเรือหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ร่วมลงนามในร่างขอบเขตข้อกำหนดฯ
สาระสำคัญ
1. เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติ (15 ธันวาคม 2563) เห็นชอบให้ กห. จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลปากีสถาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีอยู่ผ่านความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ และเพื่อส่งเสริมกิจกรรมความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างกันบนพื้นฐานของความเป็นเอกราช ความเท่าเทียมกัน อำนาจอธิปไตย บูรณาภาพเหนือดินแดน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศของแต่ละฝ่าย
2. ประเทศไทยและปากีสถานได้ลงนามบันทึกความเข้าใจฯ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้ง 2 ฝ่าย จึงได้ตัดสินใจจัดการประชุม Navy to Navy Staff Talks ขึ้น ณ ประเทศไทย และจัดทำร่างขอบเขตข้อกำหนดฯ เพื่อกำหนดรายละเอียดสำหรับการประชุมดังกล่าว
3. ประโยชน์และผลกระทบ : เป็นการส่งเสริมความร่วมมือในระดับทวิภาคี รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพเรือของทั้ง 2 ประเทศ ให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
4. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) พิจารณาแล้วมีความเห็นว่าร่างขอบเขตข้อกำหนดฯ ไม่เข้าลักษณะเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันตามมาตรา 4 (7) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 จึงต้องเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการต่อไป
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 21 กรกฎาคม 2569
g18
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด