ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คู่สัญญาในการขายที่ราชพัสดุที่ตกเป็นของแผ่นดินตามคำพิพากษาของศาล

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุให้แก่คู่สัญญาในการขายที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป จำนวน 6 รายการ (6 แปลง) ตามกฎกระทรวงการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ. 2562 ข้อ 9 ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ และให้ กค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นรับความเห็นของสำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
1. กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คู่สัญญาในการขายที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน รวม 6 รายการ (6 แปลง) มูลค่ารวม 50.20 ล้านบาท ซึ่งกรมธนารักษ์ได้เปิดประมูลขายเป็นการทั่วไปและจัดทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ราชพัสดุให้กับผู้มีสิทธิซื้อที่ราชพัสดุเรียบร้อยแล้ว
2. ที่ราชพัสดุที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เสนอมานี้เป็นทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และมีสถานะเป็นที่ราชพัสดุตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 ซึ่งบางส่วนมีสภาพทรัพย์สินที่มิได้มุ่งหมายเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการตั้งแต่ต้น ประกอบกับไม่มีความเหมาะสมต่อการนำไปจัดหาประโยชน์รวมทั้งมีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อทางราชการ และสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน จึงจำเป็นต้องขายที่ราชพัสดุประเภทดังกล่าวเพื่อเป็นการลดภาระของรัฐ โดยข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,470 แปลง ซึ่งกรมธนารักษ์นำไปใช้ประโยชน์ในราชการ/จัดหาประโยชน์ จำนวน 428 แปลง เปิดประมูลขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 421 แปลง (รวมที่ราชพัสดุ จำนวน 6 แปลง ที่เสนอขอความเห็นชอบการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ประมูลได้ในครั้งนี้) คงเหลือการบริหารจัดการ จำนวน 2,621 แปลง
3. กระทรวงยุติธรรม สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นชอบ/ไม่ขัดข้อง โดยมีความเห็นเพิ่มเติม เช่น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และ กค. โดยกรมธนารักษ์ควรบริหารจัดการที่ราชพัสดุที่ยังคงเหลืออยู่และเร่งดำเนินการประมูลขายที่ราชพัสดุโดยเร็ว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทรัพย์สินดังกล่าว ส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเห็นว่ากรณีนี้ กค. ชอบที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเสนอของ กค. เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ตามที่เห็นสมควร
4. โดยที่เรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ ตามข้อ 3 ของกฎกระทรวงการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ. 2562 (ตามข้อ 5.5) แล้ว และข้อ 9 ของกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คู่สัญญาในการขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุหรือให้แก่องค์กรหรือบุคคลที่จะเป็นผู้รับการให้ที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ต้องได้รับความเห็นชอบจากปลัดกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว ประกอบกับ กค. (กรมธนารักษ์) ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎกระทรวงดังกล่าว และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยวิธีประมูลขายหรือแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2564 ครบถ้วนแล้ว รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีความเห็นขัดข้อง จึงเข้าลักษณะเรื่องที่ให้เสนอคณะรัฐมนตรีได้ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 และเป็นเรื่องที่ผ่านการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องหรือผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการที่แต่งตั้งตามกฎหมายมาแล้ว
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 21 กรกฎาคม 2569
g10
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด