ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
แผนปฏิบัติการการกำกับกิจการพลังงาน (พ.ศ. 2569 – 2575) และแผนการดำเนินงานงบประมาณรายจ่าย และประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและรับทราบตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ ดังนี้
1. รับทราบผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2568 ตามแผนปฏิบัติการการกำกับกิจการพลังงานระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) และการจัดเก็บรายได้และการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568
2. รับทราบแผนปฏิบัติการการกำกับกิจการพลังงาน (พ.ศ. 2569 – 2575) (แผนปฏิบัติการฯ)
3. เห็นชอบแผนการดำเนินงานงบประมาณรายจ่าย และประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณ (แผนการดำเนินงานฯ) พ.ศ. 2569 วงเงินงบประมาณรายจ่าย 1,061.393 ล้านบาท และประมาณการรายได้ 1,061.425 ล้านบาท
สาระสำคัญของเรื่อง
1. กระทรวงพลังงาน (พน.) นำเสนอคณะรัฐมนตรี ดังนี้
1.1 รับทราบผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2568 เช่น การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นไปตามแผนและนโยบายกำหนดและชดเชยและอุดหนุนการให้บริการไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ด้อยโอกาสหรือการให้บริการไฟฟ้าอย่างทั่วถึงตามนโยบายการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคผ่านกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยในปี 2568 สามารถจัดเก็บรายได้เป็นจำนวน 1,093.456 ล้านบาท
1.2 รับทราบแผนปฏิบัติการการกำกับกิจการพลังทน (พ.ศ. 2569 - 2575) (แผนปฏิบัติการฯ) ซึ่งเป็นการทบทวนแผนปฏิบัติการการกำกับกิจการพลังงานระยะ 5 ปี ฉบับเดิม (พ.ศ. 2566 - 2570) เพื่อให้ทันกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยแผนฉบับนี้มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วนผ่านกลไกการกำกับดูแลที่เป็นธรรม ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนผ่านกรอบวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินการ ได้แก่ (1) การบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ด้านพลังงานของประเทศ (2) การพัฒนากลไกการกำกับตลาดพลังงานตามบริบท (3) การสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (4) การยกระดับองค์กรสู่การเป็นองค์กรชั้นนำ
1.3 ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน งบประมาณรายจ่ายและประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (แผนการดำเนินงานฯ พ.ศ. 2569) เป็นแผนรายปีซึ่งกำหนดแนวทางการพัฒนาแผนงาน/โครงการสำคัญที่จะขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการฯ ให้ไปสู่เป้าหมาย เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบกำกับดูแลการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและโครงการปรับระบบและการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) คาดการณ์ว่า ในปี 2569 จะจัดเก็บรายได้เป็นจำนวน 1,061.425 ล้านบาท และต้องใช้งบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผนการดำเนินงานฯ พ.ศ. 2569 เป็นจำนวน 1,061.393 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในคราวประชุมครั้งที่ 29/2568 (ครั้งที่ 971) เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ได้เห็นชอบด้วยแล้ว ส่วนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้พิจารณารับทราบแผนปฏิบัติการฯ และเห็นชอบแผนการดำเนินงานฯ พ.ศ. 2569 แล้ว รวมถึงเห็นควรให้สำนักงาน กกพ. เร่งดำเนินการตามแผนงาน/โครงการภายใต้แผนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2568 เช่น การเผยแพร่ข้อมูลด้านก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้าให้แล้วเสร็จโดยเร็วซึ่งจะช่วยให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต่อไป
2. กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (คศ.) สำนักงบประมาณ (สงป.) สศช. และสำนักงาน ก.พ.ร. ไม่มีข้อขัดข้อง/เห็นชอบในหลักการตามที่ พน. เสนอ โดย ดศ. เห็นควรเชื่อมโยงฐานข้อมูลพลังงานเข้ากับฐานข้อมูลกลางของภาครัฐเพื่อบูรณาการข้อมูลตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ นอกจากนี้ ควรขยายผลการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากรทุกระดับเพื่อขับเคลื่อนการให้บริการภาครัฐ (E-Service) ให้สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และลดขั้นตอนการอนุมัติอนุญาต พร้อมทั้งนำระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และ สงป. เห็นควรให้สำนักงาน กกพ. เร่งรัดการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการภายใต้แผนการดำเนินงานฯ พ.ศ. 2569 ให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดต่อไป อย่างไรก็ดี การจัดทำค่าเป้าหมายและการรายงานผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามแผนปฏิบัติการฯ นั้น เห็นควรที่ พน. (สำนักงาน กกพ.) จะรายงานผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินการให้สอดคล้องตามตัวชี้วัดและเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนย่อย ในแต่ละระดับตามที่กำหนดด้วยและสำนักงาน ก.พ.ร. เห็นว่า สำนักงาน กกพ. ควรยกระดับการอนุญาตการประกอบกิจการพลังงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าและการขออนุญาตโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการและสร้างความเชื่อมั่นในการกำกับกิจการพลังงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรมและสามารถตรวจสอบได้
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 21 กรกฎาคม 2569
g9
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด