news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
DBSบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
 
“SET ฟื้นตัว สหรัฐ-จีน เจรจารอบใหม่ แต่ยังไม่วางใจ”
• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : --
ภาวะตลาดและปัจจัย : SET วานนี้ -23.95 จุด ปิดที่ 1622.73 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นขึ้นเป็น 64.7 พันล้านบาท ดัชนีฯ ดิ่งลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคแถบนี้ จากปัจจัยลบทั้งสงครามการค้า และเฟดไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยชัดเจน แต่รีบาวด์ในวันได้ หลังทรัมป์มีข้อความจะเจรจากับจีนอีกครั้ง หลังจีนร้องขอมา ผู้ซื้อสุทธิคือ รายย่อยและโบรกเกอร์ ส่วนขายสุทธิเป็นสถาบันและต่างชาติ โดยสถาบันขายมากถึง 4.2 พันลบ. ตั้งแต่ต้นเดือนถึงปัจจุบันต่างชาติขายสุทธิเป็น49.9 พันล้านบาท ด้านแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์คือ
# ปัจจัยสำคัญ: ปัจจัยแวดล้อมกลับมาเป็นบวก สหรัฐ-จีนจะกลับมาเจรจากัน แต่ยังวางใจไม่ได้ ทรัมป์เปิดเผยที่ฝรั่งเศสว่าจีนได้ติดต่อมา และจะมีการเจรจากันใหม่ ทำให้มีความหวังกลับมาบ้าง แต่ยังวางใจไม่ได ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ก.ค.เพิ่มขึ้น ขายทองคำเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เช้านี้เพื่อนบ้านส่วนใหญ่บวก แต่อัตราไม่มาก ดัชนีความกังวลลดลงเล็กน้อย แต่ปัจจัยลบคือ ราคาน้ำมันปรับลง หลังสหรัฐกลับมาเจรจากับอิหร่าน จึงกังวลอิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้เช้านี้ยังเกิดภาวะ Inverted Yield Curve
# ระยะสั้นคาด SET- อาจมีรีบาวด์ แต่ยังต้องระมัดระวังแรงขายเช่นกัน จากปัจจัยแวดล้อมข้างต้น คาดว่าหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่จะรีบาวด์ ยังเน้นหุ้นDefensive หุ้นปันผลสูง ด้านดอกเบี้ยที่ต่ำ ทำให้กลุ่ม REITs และ IFF ที่จ่ายปันผลดียังมี Yield Spread น่าพอใจ แนะนำ ซื้อ AIMREIT, DREIT, DIF คาด SET จะซื้อขายอยู่ในกรอบ 1610-1640 จุด กลยุทธ์ คือ ซื้อเล่นสั้น เข้าไว-ออกไว หุ้นใหญ่ที่ลงไปลึก ซื้อลงทุน ทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว แนวต้านเป็น 1630-1650 จุดส่วนแนวรับที่ 1590-1580 จุด สำหรับการลงทุนทยอยซื้อสะสม ส่วนกลุ่มหลักทรัพย์ที่แนะนำ มีพื้นฐานแข็งแกร่ง หาจังหวะทยอยสะสมได้ คือ พาณิชย์- CPALL, BJCท่องเที่ยว- ERW,MINT ขนส่ง AOT,BEM,BTS อาหาร CPF,TU,TKN สื่อสาร- ADVANC ไฟแนนซ์- KKP,TISCO, AEONTS การแพทย์- RJH,CHG และสื่อ- VGI
# Stock Pick Today : BTS พัฒนาอีกขั้น ก้าวสู่สาธารณูปโภคได้ ประเดิมมอร์เตอร์เวย์ คาดว่ามูลค่าเพิ่มจากมอร์เตอร์เวย์ได้อีก 0.72 บาทต่อหุ้น เป็นการประเมินเบื้องต้น และมีโอกาสได้งานใหม่ๆในอนาคตอีก งานที่ร่วมประมูล คือ อู่ตะเภา ในเดือนหน้าคือ ก.ย.62 มีโอกาสลุ้นเรื่องร่วมทุนสายเขียวเหนือ-ใต้ ทำให้ขยายอายุเส้นปัจจุบันไปอีก 30 ปี แม้เงื่อนไขยาก แต่คาดว่าจะบริหารได้ ให้ราคาพื้นฐาน 13.72 บาท
 
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ระยะสั้น สัญญาณ Candlestick & Indicators เป็นลบ {“ปิดลบแรง”ใต้“SMA10 วัน”อีกครั้ง (และถูกกดดันจาก“โครงสร้างขาลง – ระยะกลาง”)} ชี้ความน่าจะเป็นของตลาดฯวันนี้“แกว่ง”แบบให้น้ำหนักกับการลง แต่“ค่าบวก” (แรงหนุน“เดิม”ของสภาวะOversold ในกราฟรายนาที) อาจจะช่วยให้มีรีบาวด์ฯสั้นๆก่อน(แล้วจึงลงต่ำ,ตามมา)ได้ แนวต้าน 1630 (หรือ 1640 – 1650) จุด {แนวตัดขาดทุน “ต่ำกว่า 1615” (แนวรับย่อย “1590 – 1580 / 1560” จุด}
 
สำหรับการ Scan หุ้นที่มีโอกาสทำ New high ที่เข้ามาใหม่เป็น KBANK,TOA,BGRIM,NETBAY ที่ยังคงอยู่ใน List ได้แก่ COM7,SISB,WHA,TRUE,GUNKUL,GFPT, AOT, PSL หุ้นที่หลุด List DIF และที่ให้หาจังหวะTake profit เป็น ไม่มี 
Thailand Research Team : reseach-th.dbs.com
 
Inside Story
Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ
Company Guide : STEC (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 22.00)
WHA (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 5.46)
STOCK in Focus : AOT (ซื้อ-ราคาพื้นฐาน 80.00)
DIF (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 19.40)
Flash Note : TKN (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 12.00)
In The News : TKS ทำเทนเดอร์หุ้น TBSP
 
Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
+ สหรัฐ-จีน: เตรียมเจรจาการค้ารอบใหม่
# นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวที่ฝรั่งเศสเมื่อวานนี้ สหรัฐจะเริ่มเจรจาการค้ากับจีนอย่างจริงจัง พร้อมกับระบุด้วยว่า จีนได้ติดต่อทางโทรศัพท์มายังสหรัฐและเสนอให้กลับมาเจรจาร่วมกัน
# ปธน.ทรัมป์ยังได้กล่าวชื่นชมประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และขานรับในความปรารถนาของผู้นำจีนที่ต้องการทำข้อตกลงและความสงบ นอกจากนี้ ปธน.สหรัฐยังเห็นพ้องกับแสดงความเห็นทางการค้าของนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนซึ่งระบุว่า จีนพร้อมที่จะแก้ไขข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐ ผ่านทางการเจรจาอย่างสงบ และจีนไม่ต้องการเพิ่มความขัดแย้งทางการค้า
 
+/- สหรัฐ: ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเพิ่ม แต่ดัชนี CFNA ลดลง แต่ตลาดให้ความสำคัญยอดสินค้าคงทนมากกว่า
# รายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พุ่งขึ้น 2.1% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว
# สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่าดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ปรับตัวลง 0.4% ในเดือนก.ค. หลังจากที่ทรงตัวในเดือนมิ.ย. โดยดัชนี CFNAI เป็นดัชนีถ่วงน้ำหนักตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐจำนวน 85 รายการ
 
+ ดาวโจนส์: ฟื้นตัว สหรัฐ-จีนเตรียมเจรจาการค้ารอบใหม่
# ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,898.83 จุด พุ่งขึ้น 269.93 จุด หรือ +1.05% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่2,878.38 จุด เพิ่มขึ้น 31.27 จุด หรือ +1.10% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,853.74 จุด เพิ่มขึ้น 101.97 จุด หรือ +1.32%
# ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเปิดเผยว่าสหรัฐและจีนจะเริ่มเจรจาการค้ารอบใหม่ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบเกือบ 1 ปี
 
 
- น้ำมัน: ปรับลง กังวลอิหร่านกลับมาส่งออกได้
# สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 53 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 53.64 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 64 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 58.70 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาเปิดกว้างต่อการพบปะกับผู้นำอิหร่าน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางด้านนิวเคลียร์ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมองว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจคลี่คลายลง และอาจเปิดทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น
 
+ ทองคำ: ลดลง เข้าหาดอลลาร์ที่แข็งค่า
# สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 40 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 1,537.20an oun ดอลลาร์/ออนซ์
# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และจากการที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ส่งสัญญาณคลี่คลาย
 
• ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจประกาศสัปดาห์นี้
# ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ราคาบ้านเดือนมิ.ย.จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.จาก Conference Board, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 (ประมาณการครั้งที่ 2), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pendinghome sales) เดือนก.ค., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ค., การใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
 
ปัจจัยในประเทศและข่าวหลักทรัพย์
- ธปท.คาดสงครามการค้ามีแนวโน้มยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น
# ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศตอบโต้รัฐบาลจีนที่ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ รวมมูลค่ากว่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดย ธปท. พร้อมร่วมมือกับกลุ่มต่างๆ
 
• รองนายกฯ เห็นว่าตลาดหุ้นผันผวนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะไทย แต่เป็นเหมือนกันทั่วโลก ให้ติดตามใกล้ชิด
# นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าวันนี้ร่วงกว่า 30 จุดว่า กรณีตลาดหุ้นผันผวนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย แต่เป็นเหมือนกันทั่วโลก โดยยืนยันว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามความเคลื่อนไหวตลอดเวลา
 
+ TKN: ขายหุ้น 3.5% ให้ Pan Orion Crop หวังเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายต่างประเทศ
# อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์" บิ๊ก TKN คงเป้ายอดขายปี 62 โต 5-7% พร้อมคาดยอดขาย H2/62 โตกว่า H1/62 หลังลุยออกสินค้าใหม่ พร้อมแจงหลังขายหุ้น 3.5% ให้ Pan Orion Crop ซึ่งเป็นบริษัทฯใน เครือ Orion Group ในประเทศเกาหลี ผู้นำด้านขนมขบเคี้ยวและเบเกอร์รี่ หวังเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายตปท. พร้อมเตรียมแถลงความร่วมมือเดือน ก.ย.นี้ (Aspen)
# คงคำแนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐานให้ไว้ที่ 12.00 บาท ประเมินด้วย P/E ปี 63 ที่ 22 เท่า คาดว่าบริษัทจะทยอยฟื้นตัวได้ดีตามภาวการณ์ท่องเที่ยวไทย และได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบสาหร่ายที่ลดลงราว 10% ซึ่งจะเริ่มมีผลในไตรมาส3/2562 นี้
 
•/- CPN: ยื่นศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉิน "เซ็นทรัลวิลเลจ"
# "เซ็นทรัล" ร้องนายกฯขอความเป็นธรรม ยื่นศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉิน "เซ็นทรัลวิลเลจ" เปิดทาง-รื้อถอนสิ่งกีดขวาง-ดำเนินการระบบสาธารณูปโภค ย้ำเปิดบริการตามกำหนดเดิม 31 ส.ค. ขณะทอท.ร่อนหนังสือกพท.วันนี้ จี้สอบ 6ประเด็นกระทบปลอดภัยการบิน (กรุงเทพธุรกิจ)
# ผลกระทบ: ติดตามคำตัดสิน เพราะมีผลจิตวิทยากับราคาหุ้น CPN แต่ทางพื้นฐานกระทบน้อย ในกรณีเลวร้าย ยังเปิดไม่ได้ หรือเปิดได้ช้าลง ก็เป็นเพียงส่วนน้อยเทียบกับพื้นที่ศูนย์การค้าทั้งหมด คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 71.00 บาท
 
+/- BEM: รมว.'ศักดิ์สยาม'ตัดสิน 3 แนวแก้พิพาท BEM
# วานนี้ "ปลัดคมนาคม" แย้มคณะทำงานแก้ไขข้อพิพาททางด่วนกทพ.-BEM สรุป 3 แนวทาง พร้อมชง "ศักดิ์สยาม"ตัดสินใจวันนี้ (ข่าวหุ้น)
 
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.