news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: การเมือง
logo aceบล.เออีซี : Daily Focus
AECS Daily Focus
--------------
Market Outlook
•    วันนี้คาด SET Index แกว่งในกรอบ 1,610-1,625 เพราะทั้งในและต่างประเทศมีทั้งปัจจัยบวกและลบ 
•    Market Factor
•          (-) ราคาน้ำมันดิบวานนี้ WTI ปรับลด 3.8%DoD และ BRENT ปรับลด 3.7%DoD หลัง EIA เปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 0.3 ล้านลาร์เรล น้อยกว่าที่ตลาดคาดที่ระดับ 1.4 ล้านบาร์เรล 
•          (-) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากเม็กซิโก 5% โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. นี้ หวังสกัดการไหลเข้าของผู้อพยพผิดกฎหมายจากเม็กซิโกที่ข้ามพรมแดนเข้ามาในสหรัฐฯ
•          (-) สศค. เผยกระทรวงการคลัง เตรียมทบทวนประมาณการเศรษฐกิจปี 62 อีกครั้งในเดือน ก.ค.เนื่องจากประเมินทิศทางส่งออกครึ่งปีแรกจะติดลบ โดยข้อมูลล่าสุดช่วง ม.ค.-เม.ย. ภาพรวมส่งออกติดลบกว่า 1.9% ผลจากสงครามการค้าและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว พร้อมแนะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด      (อินโฟเควสท์)
•         (-) ม.หอการค้าไทย เผย ดัชนีเศรษฐกิจชุมชนเดือน เม.ย.62 ปรับลดลงเหลือ 48.3  ต่ำกว่าค่ากลางที่ 50 ต่อเนื่อง 3 ติดต่อกัน โดยมีปัจจัยลบกดดันจาก รายได้ของเกษตรกรเดือน เม.ย. ลดลงเนื่องจากภัยแล้ง กำลังซื้อชะลอตัว ราคาน้ำมันปรับขึ้น การส่งออกลดลงจากสงครามการค้า และจำนวน นทท. ที่เติบโตชะลอลง ขณะที่ดัชนีอนาคตต่ำกว่าค่ากลาง อยู่ที่ระดับ 48.7 โดยแนวโน้มมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อตามสถานการณ์เศรษฐกิจ หากปัญหาสงครามการค้าโลกยืดเยื้อ การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปียังล่าช้า รวมถึงเกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง (โพสต์ทูเดย์)
•          (-) Consensus ปรับลดประมาณการ EPS โดยข้อมูลจาก Bloomberg Consensus พบว่าเมื่อต้นปี EPS ปี 62 ที่ 115.12 บาท ขณะที่ปัจจุบันเหลือเพียง 107.23บาท หรือลดลง 6.85% Year To Date
•          (+) Update Flow ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้กว่า 2,673.95 ลบ.ส่งผลให้ภาพรวมเม็ดเงินต่างชาติซื้อสุทธิ WTD 16,135.29 ลบ. และ MTD 2,163.93 ลบ. 
•    Investment Strategy
•    มองทิศทางของ SET Index แกว่งในกรอบกว้าง เพราะในและต่างประเทศมีทั้งปัจจัยบวกและลบ โดยปัจจัยบวกได้แก่ 1) MSCI นำ NVDR เข้ามาคำนวณใน MSCI EM Index คาดจะส่งผลให้มี Flow ต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและ 2) แนวโน้มการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายทั้งจีนและสหรัฐฯ ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบการเงินยังคงดี ส่วนปัจจัยลบได้แก่ 1) สงครามการค้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น  2) การปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของ Bloomberg Consensus และ 3) จับตาประเด็นการเมืองไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ โดยหากเกิดกรณีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างจำนวน ส.ส. และฝ่ายค้านมองระยะสั้นดัชนีแกว่งในกรอบกว้างเป็นโอกาส 1,600-1,630 แนะนำกลยุทธ์ลงซื้อ-ขึ้นขายโดยกลุ่มหุ้นที่เรายังมองว่า       น่าลงทุนได้แก่ 1 กลุ่ม Defensive, 1 กลุ่ม Growth และ 1 กลุ่มราคาถูก ดังนี้
•    กลุ่มหุ้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง: ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นเราเลือกหุ้นที่มีความมั่นคงทางกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก แนะนำ TPCH (แม้ช่วง 1Q62 กำไรโตเพียง 4.4%YoY เพราะมีโรงไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักร แต่อย่างไรก็ดีมองระยะยาวมีแนวโน้มโตสดใสจากเป้าปี 63 จะเพิ่มกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็น200 MW และโรงไฟฟ้าจากขยะกำลังการผลิต 50 MW จากปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว 60 MW, โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 49 MW และโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 10 MW) และ SSP (ช่วง 1Q62 กำไรโต 16.4%YoY จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่จำหน่ายได้ของโครงการต่างๆ และการบริการรับเหมาก่อสร้างโซลาร์บนหลังคาโดยปี 62 ตั้งเป้า COD เพิ่มอีก 65.6 MW จากโซลาฟาร์มมองโกเลีย 16 MW และโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 49.6MW ส่งผลให้สิ้นปีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 157.1MW จากปี 61 ที่ 90.4MW) นอกจากนี้มองกลุ่มสาธารณูปโภคเป็น OASIS ยามเมื่อตลาดหุ้นไทยผันผวน เลือก TTW (กำไรสุทธิช่วง 1Q62 โต 10.4%YoY หลังรายได้ขายน้ำประปารวมของทั้ง TTW และ  PTW เพิ่มขึ้น 4%YoY ตามความต้องการใช้น้ำประปาของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น บวกกับส่วนแบ่งกำไรจาก CKP (TTW ถือหุ้น 25.3%) เพิ่มขึ้นจากเพียง 3.2 ลบ. ในช่วง 1Q61 เป็น 35.3 ลบ. สอดคล้องกับปริมาณขายไฟที่มากขึ้นของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2) และ BAFS (กำไรสุทธิช่วง 1Q62 เติบโต 7.8%YoY จากปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.9%YoY ส่วนปี 62ตั้งเป้ารายได้โต 10%YoY และเป้าปริมาณการเติมน้ำมันโต 4-5%YoY ตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับเริ่มรับรู้รายได้ท่อส่งน้ำมันบางปะอิน-พิจิตร ปี 62 ราว 200 ลบ. และเตรียมเข้าประมูลโครงการจัดเก็บและเติมน้ำมันในสนามบินอู่ตะเภา)
•    กลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ: คาดมีโอกาสเติบโตได้ดีจากอัตราการขยายตัวของพอร์ตลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการกู้ยืมเงินของกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ยังมีอยู่มากและได้รับผลบวกจากการที่ ธปท. เข้ามาควบคุมด้านกฏระเบียบอย่างเข้มงวดทำให้คาดจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในกลุ่มของผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบมากขึ้นแนะนำSAWAD (คาดกำไรปี62โต 30.8%YoY หนุนด้วยเป้าพอร์ตสินเชื่อโต 20-30% พร้อมแผนเปิดสาขาใหม่อีก 300-400 สาขา, Asset Yield ฟื้นตัวตามสัดส่วนการรับรู้รายได้ผ่านสัญญาเงินกู้ผ่าน BFIT ที่มากขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ปรับลงหลังได้รับเงินเพิ่มทุนจากพันธมิตร) และ MTC (คาดกำไรปี62โต 20.9%YoY หนุนด้วยแผนเปิดสาขาใหม่ตามเป้าณสิ้นปีที่ 3,900 สาขา, ต้นทุนทางการเงินที่มีแนวโน้มลดลงหลัง TRIS ปรับเพิ่มRating ของบริษัทขึ้นและภาระตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่น้อยลง)
•    กลุ่มธนาคาร: มองหุ้นกลุ่มนี้ Cheap Valuation เนื่องจากราคาปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน BANK Sector เทรดที่ระดับ Trailing PBV 1x (ขณะที่ Downside ตอน Hamburger crisis ลงไปประมาณ 0.7x-0.8x) ซึ่งข้อมูลจาก Bloomberg พบว่า Total Return ของ SETBANK Index ตั้งแต่ Hamburger crisis จนถึงปัจจุบันเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ระดับ 8.18% ซึ่งหากเรา Implied ว่าเป็นระดับ Cost of Equty ในอนาคต จะพบว่าเป็นระดับที่ต่ำกว่า Expected ROE (Bloomberg Consensus) ซึ่งปี 62 คาดไว้ที่ 9.39% และปี 63 คาดไว้ที่ 9.61% ดังนั้น BANK Sector ควรจะเทรดมากกว่า BVPS ตาม GGM ทั้งนี้ TOP PICK เลือก BAY (เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้เดือน เม.ย.ตามรายงาน ธ.พ.11  +9.5%YoY และ +0.8%MoM)และ KTB ((เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้เดือน เม.ย.ตามรายงาน ธ.พ.11  +5.4%YoY และ +0.5%MoM)
30-May-19    Change (pts.)    29-May-19
SET Index    1,621.57    2.21    1,619.36
SET50 Index    1,076.85    1.96    1,074.89
SET100 Index    2,380.36    5.03    2,375.33
High    1,628.37    Gainers          503 
Low    1,618.63    Unchanged    423
Value (Bt m)    45,147.45    Losers   873 
Volume (*000)    14,353,276          
Market Valuation
SET Data    2018F    2019F    Long Term
Fwd PER (x)    15.1    13.8    13.8
EPS Growth (%)    13.9    9.3    4.8
EV/EBITDA (x)    10.4    9.7    9.3
FWD PBV (x)    1.8    1.7    1.6
Dividend Yield (%)    3.2    3.5    3.8
ROE    11.4    11.6    11.5
Net Buy/Sell by Investor Types
Unit : M Bt    30-May-19    WTD    MTD    YTD
Institution    (3,252.90)    (13,620.19)    (14,178.70)    30,125.98
Proprietary    119.08    740.97    1,135.42    7,966.91
Foreign     2,673.95    16,135.29    2,163.91    (7,544.63)
Individual    459.88    (3,256.06)    10,879.36    (30,548.26)
AECS ( Fundamental and Strategic Team )
อิศรา เลิศสุดคนึง (ID.033432)    This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ตฤณ  สิทธิสวัสดิ์ (ID. 091364)    This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
จิรภัทร  โบสุวรรณ (ID. 040051)    This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ภัทรพล จันทร์อินทร์ (ID. 089932)    This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ธีรยุทธ  ฤทธิเผ่าพันธุ์    ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
สุวรรณา อัศวเหล่าวรพงศ์    Data Support / Secretary