news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
logo aceบล.เออีซี : Daily Focus
 
AECS Daily Focus
---------------------
Market Outlook
•    วันนี้คาด SET Index รีบาวด์จากแนวโน้มสภาพคล่องที่ยังล้นตลาด โดยข้อมูลจาก Bloomberg Consensus บ่งชี้ว่ามีโอกาสมากขึ้นที่ FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังต้องจับตาประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ
Market Factor
•          (+) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ทรัมป์กดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทในสหรัฐฯ ลดต่ำลงสามารถแข่งขันกับบริษัทในจีนได้และลดผลกระทบจากสงครามทางการค้า
•          (-) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าประเมินสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน รอบใหม่ หลังสหรัฐฯประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากจีน 10% เป็น 25% คาดกระทบต่อมูลค่าการส่งออกไทยลดลงราว 1.76-2.11 แสนล้านบาท ( ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์) มองกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์และยานยนต์ได้รับผลกระทบมากสุด (กรุงเทพธุรกิจ)
•          (+) ครม. ไฟเขียวขยายระยะเวลาลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากอัตรา 20% เหลือ 10% เป็นเวลา 10 รอบบัญชีต่อเนื่องกัน ให้กับสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 จังหวัด โดยให้เริ่มยื่นลดภาษีได้ถึงสิ้นปี 2563 คาดสูญรายได้ภาษีกว่า4 ล้านบาทแต่เพิ่มการลงทุนชายแดนมากขึ้น (กรุงเทพธุรกิจ)
•         (-) Consensus ปรับลดประมาณการ EPS โดยข้อมูลจาก Bloomberg Consensus พบว่าเมื่อต้นปี EPS ปี 62 ที่ 115.1 บาท ขณะที่ปัจจุบันเหลือเพียง 107.82บาท หรือลดลง 6.31%Year To Date
•          (-) Update Flow ต่างชาติ เมื่อวานนี้ยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นไทยกว่า 2,679.23 ลบ. ส่งผลให้ MTD ต่างชาติขายสุทธิ 11,714.65 ลบ.
•    Investment Strategy
•    มองทิศทางระยะสั้นของ SET Index แกว่งลง เพราะปัจจัยลบ อันได้แก่ 1) การปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของ Bloomberg Consensusซึ่งจะทำให้ EPS ของ SET Index ปรับตัวลดลง PE ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ Valuation ไม่น่าสนใจ และ 2) จับตาประเด็นการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ โดยหากเกิดกรณีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างจำนวน ส.ส. และฝ่ายค้าน ดังนั้นท่ามกลางความผันผวนแนะนำลดพอร์ตการลงทุน ถือเงินสดให้มากขึ้น หากดัชนีย่อแถว 1,600 จุด มองเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นใน 1 กลุ่ม Defensive และ 1 กลุ่ม Growth ดังนี้
•    กลุ่มหุ้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง: ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นเราเลือกหุ้นที่มีความมั่นคงทางกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก แนะนำ TPCH (แม้ช่วง 1Q62 ประกาศกำไรโตเพียง 4.4%YoY เพราะมีโรงไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักร แต่อย่างไรก็ดีมองระยะยาวมีแนวโน้มโตสดใสจากเป้าปี 63 จะเพิ่มกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็น 200 MW และโรงไฟฟ้าจากขยะกำลังการผลิต 50 MW จากปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว 60 MW, โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 49 MW และโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 10 MW) และ SSP (ปี 62 ตั้งเป้า COD เพิ่มอีก 65.6 MW จากโซลาฟาร์มมองโกเลีย 16 MW และโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 49.6MW ส่งผลให้สิ้นปีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 157.1MW จากปี 61 ที่ 90.4MW) นอกจากนี้มองกลุ่มสาธารณูปโภคเป็น OASIS ยามเมื่อตลาดหุ้นไทยผันผวน เลือก TTW (กำไรสุทธิช่วง 1Q62 โต 10.4%YoY หลังรายได้ขายน้ำประปารวมของทั้ง TTW และ PTW เพิ่มขึ้น 4%YoY ตามความต้องการใช้น้ำประปาของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น บวกกับส่วนแบ่งกำไรจาก CKP (TTW ถือหุ้น 25.3%)เพิ่มขึ้นจากเพียง 3.2 ลบ. ในช่วง 1Q61 เป็น 35.3 ลบ. สอดคล้องกับปริมาณขายไฟที่มากขึ้นของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2) และ BAFS (ประกาศกำไรสุทธิช่วง 1Q62 เติบโต 7.8%YoY จากปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.9%YoY ส่วนปี 62ตั้งเป้ารายได้โต 10%YoYและเป้าปริมาณการเติมน้ำมันโต 4-5%YoY ตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับเริ่มรับรู้รายได้ท่อส่งน้ำมันบางปะอิน-พิจิตร ปี 62 ราว 200 ลบ. และเตรียมเข้าประมูลโครงการจัดเก็บและเติมน้ำมันในสนามบิน อู่ตะเภา)
•    กลุ่มนิคมและโลจิสติกส์: กลุ่มนิคม: อานิสงส์บวกทั้งราคาขายและยอดขายพื้นที่ในเขต EEC โตเด่นแนะนำ AMATA (ปัจจุบันมีพื้นที่รอการขาย 2,274 ไร่, พื้นที่รอการพัฒนาอีกราว 8,837 ไร่และที่ดินสำหรับ Commercial Area รวม 1,227 ไร่ โดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ไว้ที่ 1,005 ไร่จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 863 ไร่) นอกจากนี้มองกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ได้อานิสงส์บวกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แนะนำ BEM (ช่วง 1Q62 ประกาศกำไรสุทธิ โต 16.69%YoY โดยตั้งเป้าปีนี้ธุรกิจรถไฟฟ้ามีจำนวนผู้โดยสารจะเติบโต    5-7%YoY จากปีก่อนมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.1 แสนเที่ยวคน/วัน ทั้งนี้ตั้งเป้าปี 64 จำนวนผู้โดยสารจะแตะ 5-5.5 แสนเที่ยวคน/วัน จากการเปิดเดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ก.ย. 62 และช่วงเตาปูน-ท่าพระ มี.ค. 63 ส่วนปริมาณจราจรบนทางด่วนปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 1-2%YoY ใกล้เคียงปีก่อนที่เติบโต 1.3%YoY) และ AOT (ช่วง 2Q61/62 ประกาศกำไรสุทธิโต 5.2%YoY เรามองเทรนด์ท่องเที่ยวยังคงสดใสต่อเนื่อง โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้คาดการณ์แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 41.1 ล้านคน เติบโต 7.5%YoY)
 
14-May-19    Change (pts.)    13-May-19
SET Index    1,633.84    -6.29    1,640.13
SET50 Index    1,086.59    -3.74    1,090.33
SET100 Index    2,397.57    -8.66    2,406.23
 
Source: Bloomberg
High    1,639.63    Gainers        387 
Low    1,629.56    Unchanged    378
Value (Bt m)    53,923.40    Losers 987 
Volume (*000)    12,995,499          
 
Market Valuation
SET Data    2018F    2019F    Long Term
Fwd PER (x)    15.2    13.9    13.9
EPS Growth (%)    13.9    9.3    6.4
EV/EBITDA (x)    10.5    9.8    9.4
FWD PBV (x)    1.8    1.7    1.6
Dividend Yield (%)    3.2    3.5    3.8
ROE    11.5    11.7    11.5
 
Net Buy/Sell by Investor Types
Unit : M Bt    14-May-19    WTD    MTD    YTD
Institution    854.47    (933.41)    (1,661.99)    42,642.69
Proprietary    367.72    327.66    3,188.70    10,020.18
Foreign     (2,679.23)    (3,382.75)    (11,714.66)    (21,423.20)
Individual    1,457.05    3,988.50    10,187.95    (31,239.67)
AECS ( Fundamental and Strategic Team )
อิศรา เลิศสุดคนึง (ID.033432)    This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ตฤณ  สิทธิสวัสดิ์ (ID. 091364)    This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
จิรภัทร  โบสุวรรณ (ID. 040051)    This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ภัทรพล จันทร์อินทร์ (ID. 089932)    This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ธีรยุทธ  ฤทธิเผ่าพันธุ์    ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
สุวรรณา อัศวเหล่าวรพงศ์    Data Support / Secretary