news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: แบงก์พาณิชย์

1aaaBA4exim

EXIM BANK เปิดสำนักงานผู้แทนในเวียงจันทน์อย่างเป็นทางการ ตอบสนองนโยบายรัฐบาลเชื่อมโยงการค้าการลงทุนใน CLMVT

     EXIM BANK เปิดสำนักงานผู้แทนในเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้แทนภาครัฐ สปป.ลาว กรรมการและผู้บริหาร EXIM BANK ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทย เป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมคราวน์ พลาซ่า เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561

     นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประเทศไทยและ สปป.ลาว มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ (Infrastructure Connectivity) ด้านการเงิน (Financial Connectivity) และด้านพลเมือง (People to People Connectivity) โดยเฉพาะการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกเหนือจากมูลค่าการค้าระหว่างไทยและ สปป.ลาว ที่มีอยู่ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยไทยเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญอันดับ 1 และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 ของ สปป.ลาว นักลงทุนไทยเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับที่ 3 ที่เข้าไปลงทุนใน สปป.ลาว ไทยเป็นประเทศที่เข้าไปลงทุนพัฒนาโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นผู้ซื้อไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 1 จาก สปป.ลาว และมีความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน นอกจากนี้ สืบเนื่องจากมาตรการริเริ่มพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Market Initiative: ABMI) กระทรวงการคลังได้อนุญาตให้กระทรวงการเงินของ สปป.ลาว ออกพันธบัตรสกุลเงินบาทเพื่อระดมทุนไปลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน สปป.ลาว วงเงินรวม 55,500 ล้านบาท โดยออกขายพันธบัตรสกุลเงินบาทแล้ว 8 ครั้งในช่วงปี 2556-2561 วงเงินรวมทั้งสิ้น 45,690 ล้านบาท ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกที่สนับสนุนให้ สปป.ลาว สามารถระดมทุนนอกประเทศได้สำเร็จ เป็นการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในภูมิภาคตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงการคลัง เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านตลาดตราสารหนี้ในภูมิภาคและเสริมสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันของอาเซียน

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวต่อไปว่า การจัดตั้งสำนักงานผู้แทนของ EXIM BANK ในเวียงจันทน์สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลและผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับ สปป.ลาว และแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายรูปแบบความร่วมมือและพัฒนาบริการทางการเงินให้มีประสิทธิภาพและหลากหลายมากยิ่งขึ้น นับเป็นผลงานชิ้นสำคัญของ EXIM BANK ในการผลักดันการค้าและการลงทุน เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ทั้งสองประเทศ อันจะส่งผลให้รายได้ประชาชาติ การลงทุน การจ้างงาน และความอยู่ดีมีสุขของประชาชนทั้งสองประเทศดีขึ้น นำไปสู่ความใกล้ชิดแน่นแฟ้นและความมั่งคั่งยั่งยืนทางธุรกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ EXIM BANK ในการสนับสนุนทางการเงินให้แก่ธุรกิจส่งออก นำเข้า และลงทุน มายาวนานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน สาธารณูปโภค และอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปใน สปป.ลาว

        “นอกจากการทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนเงินทุนให้กับผู้ประกอบการไทยและ สปป.ลาว ซึ่งเป็นภารกิจหลักอยู่แล้วนั้น EXIM BANK ต้องเพิ่มภารกิจ เป็น ‘ทูตมิตรภาพทางเศรษฐกิจ’ อีกตำแหน่งหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ให้ข้อมูลด้านการค้า การลงทุน และกฎระเบียบต่างๆ แก่ผู้ประกอบการไทยและ สปป.ลาว รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ กระตุ้นให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของไทยและ สปป.ลาว ภารกิจของ EXIM BANK ใน สปป.ลาว จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในระยะต่อไป เพื่อให้ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสปป.ลาวมั่นคงและยั่งยืน”นายอภิศักดิ์ กล่าว

      นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า นับตั้งแต่ EXIM BANK เปิดดำเนินการเมื่อปี 2537 เป็นต้นมา เป็นเวลากว่า 24 ปีที่ EXIM BANK ได้ทำหน้าที่ส่งเสริมการส่งออก การนำเข้า และการลงทุน โดยเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและมิตรประเทศที่ดีมายาวนานอย่าง สปป.ลาว โดย EXIM BANK ได้สนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการต่างๆ ใน สปป.ลาว รวมทั้งสิ้นกว่า 30,000 ล้านบาทในโครงการพัฒนาประเทศด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างถนน การลงทุนในโรงไฟฟ้า รวมถึงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีการจำหน่ายไฟฟ้ากลับมายังประเทศไทย และอีกหลายโครงการในภาคอุตสาหกรรมและบริการ

       นายพิศิษฐ์ เปิดเผยต่อไปว่า EXIM BANK จัดตั้งสำนักงานผู้แทนในเวียงจันทน์เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมประเทศไทยทำงานกับภาครัฐและเอกชนไทย-สปป.ลาว เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศ รวมถึงการขยายธุรกิจเชื่อมโยง CLMVT (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) ต่อไปยังประเทศต่างๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน ทั้งนี้ สํานักงานผู้แทน EXIM BANK ในเวียงจันทน์จะทำหน้าที่ให้บริการด้านคำปรึกษาแนะนำ ข้อมูลการค้าการลงทุน รวมถึงข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยทุกขนาดธุรกิจสามารถเริ่มต้นหรือขยายการค้าการลงทุนในสปป.ลาว ได้อย่างประสบความสำเร็จ ตลอดจนอํานวยความสะดวกในการทําธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ แสวงหาโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ตลอดจนขยายความร่วมมือในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความคาดหวังของภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศ ขับเคลื่อนให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

      ทั้งนี้ สปป.ลาวเป็นประเทศที่มีประชากร 7 ล้านคน มีขนาดเศรษฐกิจเล็กที่สุดใน CLMVT ไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่เป็นประเทศที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยในช่วงปี 2561-2565 ราว 7% ต่อปี สูงที่สุดใน CLMVT และสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยอาศัยจุดแข็งของ สปป.ลาวในการมีพรมแดนติดกับ CLMVT และจีน ทำให้ สปป.ลาว เป็นประตูเชื่อมโยงเครือข่ายพลังงาน เส้นทางคมนาคมขนส่ง การท่องเที่ยว และการค้าของภูมิภาค

      ในโอกาสนี้ นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK และนายอุเดด สุวันนะวง ประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว (LNCCI) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง EXIM BANK กับ LNCCI เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือด้านข้อมูล บริการทั้งทางการเงินและมิใช่การเงิน รวมถึงการร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อขยายโอกาสในด้านการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการลาว

 

EXIM Thailand Officially Opens Vientiane Representative Office to Respond to Government Policy of Promoting CLMVT Trade and Investment Connectivity

       Export-Import Bank of Thailand (EXIM Thailand) held the official opening ceremony of its representative office in Vientiane, Lao PDR. The event was presided over by Mr. Apisak Tantivorawong, Thailand’s Minister of Finance, and was witnessed and attended by representatives from Lao PDR government, EXIM Thailand’s directors and executives, together with representatives from Thai public and private entities at Crowne Plaza Vientiane Hotel on November 30, 2018.

          Mr. Apisak Tantivorawong, Thai Finance Minister, revealed that Thailand and Lao PDR have been in close infrastructure, financial, and people to people connectivity, especially as regards border development projects under the philosophy of sufficiency economy. Besides Thai-Lao trade value of approximately USD 5 billion per year with a steadily upward trend, Thailand ranks first as source of Lao PDR’s import, second as export market, and third largest foreign direct investor, and tops the list of Lao PDR’s power plant developers/investors and power purchasers. There has also been close collaboration between the two countries in the Greater Mekong Sub-region (GMS) and ASEAN transportation and logistics networking. Furthermore, under the Asian Bond Market Initiative (ABMI), Thai Ministry of Finance has authorized allowed Lao Ministry of Finance to issue Thai Baht bonds in the total amount of up to THB 55.5 billion to raise funds for investment in Lao PDR’s infrastructure projects. Eight Baht-denominated bond issues worth THB 45.69 billion in total have been made by the Lao government during 2013-2018. Thailand is thus the first country that has supported Lao PDR’s offshore funds raising. This move will help drive Thai Ministry of Finance’s strategy to boost Thailand’s status as regional leader in bond market development and enhance mutual economic growth of ASEAN nations.

       Thai Finance Minister further said that the establishment of EXIM Thailand’s representative office in Vientiane reflects the importance Thai government and Thai entrepreneurs have placed on Lao PDR and prospects of new opportunities for expansion of collaboration and financial service development with higher efficiency and broader diversity. EXIM Thailand’s presence in Lao PDR represents its achievement in fulfilling its mission of promoting trade and investment for mutual economic benefits. This will lead to higher GDP, investment and employment, as well as the well-being of the peoples of both countries. It will also foster closer business ties and sustainable security and prosperity, leveraging on EXIM Thailand’s over 20 years of expertise and experience in financial support for export, import and investment, particularly infrastructure, power plant, public utility and processed agricultural projects in Lao PDR.      

       “In addition to being a key institution with the primary function of rendering financial facilities to Thai and Lao entrepreneurs, EXIM Thailand has another role to perform as a “goodwill ambassador” to foster economic ties through provision of consultation and information on trade, investment and rules and regulations as well as facilitation and coordination with public agencies and business matching between Thai and Lao entrepreneurs. EXIM Thailand’s mission in Lao PDR will be increasingly crucial to ensure Thailand and Lao PDR’s stable and sustainable economic partnership,” added Mr. Apisak.

        Mr. Pisit Serewiwattana, EXIM Thailand’s President, said that for the past 24 years of operation since its inception in 1994, EXIM Thailand has vigorously promoted Thai export, import and investment, linking Thai economy with several others, especially those of the neighboring countries, one of which is Lao PDR which is a long-time economic partner and friend of Thailand. The Bank has so far approved financial facilities for investment projects in Lao PDR worth more than 30 billion baht in total. Such projects are mainly infrastructure projects comprising road construction, investment in power plants which include large power plants with sale of electricity back to Thailand and several other projects in manufacturing and service industries.

      EXIM Thailand’s President further said that the Bank’s Vientiane representative office is aimed to be part of Team Thailand to work with Thai-Lao public and private sectors in boosting bilateral trade and investment value and linking CLMVT (Cambodia, Lao PDR, Myanmar, Vietnam and Thailand) with countries across the GMS and ASEAN. The representative office is tasked with providing trade and investment information and consultancy including in-depth data which will help Thai entrepreneurs of all sizes in their start-up and expansion of trade and investment in Lao PDR. It will also facilitate international financial transactions, explore new business opportunities for the entrepreneurs, and expand cooperation in more diversified forms, in order to meet the expectations of both countries’ public and private sectors in stimulating economic growth and enhancing national as well as regional development.

       Lao PDR is a landlocked country with a population of around 7 million people and the economy of the smallest size in the CLMVT. Nevertheless, it is predicted by the International Monetary Fund (IMF) to record an average economic growth of approximately 7% per year during 2018-2022, the highest in CLMVT and among the top of the global list. With its proximity to CLMVT and China, Lao PDR is well-placed to serve as the gateway to and linkage with regional energy, trade, tourism and transportation hubs.

                In concurrence with the official opening of Vientiane representative office, an MOU was also signed between Mr. Pisit Serewiwattana, EXIM Thailand’s President, and Mr. Oudet Souvannavong, President of Lao National Chamber of Commerce and Industry (LNCCI), to promote and support cooperation in the areas of information exchange, financial and non-financial support, as well as joint activities with a view to expanding trade and investment opportunities for the benefits of the entrepreneurs of both countries.