news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

1aaaATAM

TCMC สยายปีกรองรับธุรกิจปูพื้นครบวงจร ชู 3 กลยุทธ์ทางการตลาด

       ส่งเสริมแบรนด์ 'รอยัลไทย' สูงตลาดโลก ทำโปรโมทแบรนด์ไปที่ตลาดเอเชีย ยุโรปและตะวันออกกลาง-เจาะตลาดปูพื้นลักซ์ชัวรี่และร้านค้าปลีกแนวบูติค- มุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนา เพื่อให้มีความแตกต่าง มั่นใจรายได้ปีนี้มาตามนัด 9,000-10,000 ล้านบาท ชี้ไตรมาส 4 พีคสุดของธุรกิจ เดินหน้าปรับการบริหารองค์กรใหม่ หวังลดต้นทุนทางธุรกิจ

        นายบิล พาล์มเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมในกลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้น บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากควบรวมกิจการครั้งสำคัญในปี 2560 ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้แก่องค์กร โดยในปี 2561 ถือเป็นปีเริ่มต้น ในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหาร เพื่อจะสร้างผลกำไรที่ดียิ่งขึ้นให้กับบริษัท เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดไว้ 3 แนวทาง เพื่อส่งเสริมการประสัมพันธ์ แบรนด์ ‘รอยัลไทย’ ที่มีคุณภาพบริการระดับสูงในตลาดโลก โดยจะเน้นการทำประชาสัมพันธ์แบรนด์ไปที่ตลาดเอเชีย ยุโรปและตะวันออกกลางมากขึ้น และบริษัทยังจะมุ่งเป้าที่จะทำตลาดวัสดุปูพื้นระดับบนไปยังตลาดปูพื้นลักซ์ชัวรี่ และร้านค้าปลีกแนวบูติค ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อมหาศาล นอกจากนี้ บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความแตกต่างและตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายในแต่ละตลาดได้ตรงจุด

      นอกจากนี้ ได้มุ่งเน้นเรื่องการสร้างสรรค์และพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีดีไซน์ที่โดดเด่นเพื่อสร้างความแตกต่างกับคู่แข่งโดยร่วมมือกับนักออกแบบระดับโลกในการออกแบบพรมปูพื้นและวัสดุปูพื้นรูปแบบใหม่ ขณะเดียวกันยังได้วางแผนลงทุนในการปรับปรุงและปรับโครงสร้างสายการผลิตในระยะยาวด้วย” นายบิล กล่าว

     นายบิล กล่าวอีกว่า บริษัทจะขยายธุรกิจไปในทิศทางที่ลึกและกว้างกว่าเดิม จากเดิมที่บริษัทมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับโลกในด้านการเป็นผู้ผลิตพรมเพื่อธุรกิจบริการ แต่จากนี้ไปบริษัทจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจพรมลักซ์ชัวรี่มากขึ้น โดยจะมุ่งเน้นไปที่ ธุรกิจการบิน ธุรกิจเรือสำราญ ธุรกิจโรงแรมระดับ 5-7 ดาว บ้านพักอาศัยระดับหรู และร้านค้าปลีกสไตล์บูติกระดับไฮเอนด์ ขณะเดียวกันสำหรับประเทศในแถบเอเชียที่มีแนวโน้มการใช้พรมน้อยกว่าส่วนอื่นๆ ของโลก บริษัทจะจำหน่ายและให้บริการวัสดุปูพื้นชนิดอื่นๆ เช่นพรม Flatwave, กระเบื้องยางไวนิลลักซ์ชัวรี่ และไม้ลามิเนท เป็นต้น และเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในยุคดิจิตอล บริษัทได้มีการสื่อสารโดยตรงกับลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลมีเดียของบริษัท เช่น Facebook, IG โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นเหมือนโชว์รูมของบริษัท เพื่อให้สามารถสื่อสารไปถึงลูกค้าได้โดยตรง รวมถึงการประชาสัมพันธ์แบรนด์ โดยการจัดงานอีเวนต์ และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก และการจัดงานย่อยในแต่ละประเทศ เพื่อช่วยในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับไปทั่วโลก อีกด้วย

      นางนพภาพร อภิวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และกรรมการ TCMC รายงานผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2561 บริษัทมีรายได้รวมที่ 2,214.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,563.11 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 23.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 21.40 ล้านบาท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรก บริษัทมีรายได้รวม 6,763.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 4,773.24 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 57.45 ล้านบาท ลดลง 6.59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 114.88 ล้านบาท

     โดยผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้จากการขายและบริการมากขึ้น ซึ่งรายได้จาการขายและบริการจะประกอบด้วยยอดขายของแต่ละส่วนงานดังนี้ 1.TCM Flooring 2.TCM Living และ 3.TCM Automotive อย่างไรก็ตาม ยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นผลมาจากในช่วงปลายปี 2560 บริษัทได้ลงทุนใน Commercial Carpet Business ของ Tai Ping ดังนั้น บริษัทจึงมียอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งจัดเป็นยอดขายในกลุ่ม TCM Flooring และบริษัทได้นำงบการเงินของบริษัทย่อยเหล่านั้นเข้ามารวมอยู่ในงบการเงินของบริษัทด้วย จึงทำให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น

     ขณะที่ ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 บริษัทมีทรัพย์สินรวมมูลค่า 9,322.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่มียอดทรัพย์สินรวมมูลค่า 9,015.84 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากราคาประเมินที่ดินที่ดอนเมือง ในช่วงไตรมาส 2/2561 ทำให้เกิดส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ และบริษัทมีหนี้สินรวมจำนวน 6,092.90 ล้านบาท ลดลงจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่มียอดหนี้สินรวมมูลค่า 6,317.78 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 อยู่ที่ 3,229.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่มีจำนวน 2,698.06 ล้านบาท

      สำหรับ ภาพรวมกิจการบริษัท นางนพภาพร กล่าวทิ้งท้ายว่า จากผลประกอบการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทยังคงเดินหน้าทุกกลุ่มธุรกิจเพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเป้าหมายรายได้รวมจะอยู่ที่ประมาณ 9,000-10,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 4/2561 จะเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี 2561 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของการดำเนินธุรกิจทุกกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันยังมียอดคำสั่งซื้อ (order) สินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จากแผนการปรับการบริหารองค์กรใหม่ จะช่วยหนุนให้ต้นทุนต่างๆ ทั้งต้นทุนการบริหารจัดการ ต้นทุนด้านวัตถุดิบ ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Click Donate Support Web

ais 790x90

GC 950x120

SIAM790x90