news 7avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: มติ ครม.

GOV 8มาตรการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวไทยในช่วงต้นฤดูกาลท่องเที่ยว

 

     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวไทยในช่วงต้นฤดูกาลท่องเที่ยว ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ ดังนี้

     1. โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 'Passport Privileges'ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 – วันที่ 15 มกราคม 2562 รวมทั้ง การเปิดให้บริการพื้นที่พิเศษเพิ่มเติมแก่นักท่องเที่ยวใน การคืนภาษี (VAT Refund) ในพื้นที่ย่านแหล่งท่องเที่ยว หรือ ห้างสรรพสินค้า สำหรับการซื้อสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมสรรพากร เรื่อง การแต่งตั้งตัวแทนการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยว

      2. การเพิ่มความถี่ของการเดินทาง สำหรับหนังสือเดินทางที่ขอรับการตรวจลงตราแบบสามารถเดินทางได้ครั้งเดียว (Single Entry Visa) ณ สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย จากเดิมที่สามารถเดินทางได้ 1 ครั้ง เป็นสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ 2 ครั้ง (Double Entries Visa) ภายใน 6 เดือน โดยคิดค่าธรรมเนียมอัตราเดิม คือคนละ 1,000 บาทโดยกำหนดระยะเวลาการขอรับการตรวจลงตราที่สถานทูตเป็นระยะเวลา 2 เดือน

     3. การให้อนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก (Re-Entry Permit) แบบอนุญาตครั้งเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีวีซ่าอยู่แล้ว (ทั้งแบบ TR และ VoA) โดยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านของไทย สามารถกลับเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยอีก โดยไม่ต้องขออนุญาตอีกครั้ง และสามารถรักษาสิทธิ์การอยู่ในประเทศไทยตามระยะเวลาคงเหลือที่กำหนดในวีซ่าเดิม

     4. แก้ไขหลักการกฎกระทรวงมหาดไทยในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลา 30 วัน (ผ.30) ซึ่งจะเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับพรมแดนทางบก สามารถเข้ามาในประเทศไทยด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปีปฏิทิน

 

สาระสำคัญ

      1. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดทำโครงการเพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมา รวมถึงการทดแทนนักท่องเที่ยวที่ลดลงด้วยตลาดระยะใกล้ ได้แก่ ตลาดเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และอาเซียน ซึ่งจากการวิเคราะห์ตัวเลขการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว พบว่า มีการจับจ่ายใช้สอยในหมวดของการช้อปปิ้งและค่าอาหารและเครื่องดื่มสูง ดังนั้น จึงเห็นควรกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีนและตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ด้วยโครงการ “Amazing Thailand Grand Sale ‘Passport Privileges’ ในช่วงต้นฤดูท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 - 15 มกราคม 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

            1.1 วัตถุประสงค์ของโครงการ

            1) ฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทย สร้างการรับรู้ และความเชื่อมั่นในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย

            2) กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศในกลุ่มตลาดระยะกลางและใกล้

            3) กระตุ้นการใช้จ่าย ของนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในประเทศ

            4) เพิ่มความถี่ และ ขยายวันพักในการท่องเที่ยวในช่วงฤดูการท่องเที่ยว

            1.2 เป้าหมาย

            1) รักษารายได้ทางการท่องเที่ยว ไม่ให้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2562 โดยเป้าหมายปี 2562 : รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 12 (ประมาณ 2.28 ล้านล้านบาท)

            2) กลุ่มเป้าหมาย เน้นการดำเนินงานในตลาดระยะกลางและใกล้ในกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเพื่อพักผ่อน (Leisure) และนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพที่มีกำลังการใช้จ่ายสูง

            1.3 ระยะเวลาดำเนินโครงการ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 – 15 มกราคม 2562

            1.4 วิธีดำเนินการ / ลักษณะการดำเนินโครงการ

            1) ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ ผู้ผลิตสินค้า เจ้าของแบรนด์สินค้าชั้นนำยอดนิยม ศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี้ มอลล์ บัตรเครดิต จัดกิจกรรม Amazing Thailand Grand Sale ‘Passport Privilege’ พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ให้มีการเพิ่มส่วนลด On Top หรือให้สิทธิพิเศษจากปกติที่ศูนย์การค้าให้กับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว (หากนักท่องเที่ยวแสดง Passport ในช่วงเวลา Campaign)ส่งเสริมการจัด Sales Promotion ในหมวดสินค้าที่นักท่องเที่ยวนิยม เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และแบรนด์ต่างๆ ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว และส่งเสริมการจัด Shopping Event ในศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้าที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากและใช้ ‘Passport Privileges’ ณ ร้านค้า ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ที่เข้าร่วมกิจกรรม

            2) ส่งเสริมการตลาด โดยพาคณะ FAM Trip /Blogger, Travel/ Shopping Blogger ต่าง ๆ เดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายในพื้นที่ต่าง ๆ

            3) รวบรวมโปรแกรม “Passport Privileges” ของพันธมิตร และจัดทำ E-Book ประชาสัมพันธ์ ในพื้นที่ต่างๆ รวมถึง ณ ท่าอากาศยานฯ

            4) ส่งเสริมการตลาดร่วมกับ Travel Agent , Online Travel Tech พร้อมทั้งสนับสนุนข้อมูล สินค้าบริการ แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ผ่านทุกช่องทาง เพื่อกระตุ้นการเดินทางช่วงไตรมาสสุดท้าย

            5) ทำแคมเปญประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ ที่เป็นภูมิภาคและประเทศเป้าหมายสำหรับกิจกรรม Amazing Thailand Grand Sale “Passport Privilege” ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ ททท. และพันธมิตร

            6) ขอความร่วมมือหน่วยงาน พันธมิตรจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น สื่อภายในและภายนอกท่าอากาศยานนานาชาติต่าง ๆ เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง รวมทั้งสื่อ ณ จุดขาย ติดตั้งตามศูนย์การค้า-ห้างสรรพสินค้าที่นักท่องเที่ยวนิยม

            7) จัดทำ Mini Site ส่งเสริมการขายให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ

            8) จัดกิจกรรม Passport Privileges Mobile Booth เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

      อนึ่ง สำหรับสิทธิพิเศษในช่วง Amazing Thailand Grand Sale ‘Passport Privileges’ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังในการให้สิทธิพิเศษกับนักท่องเที่ยว ในช่วงของการจัดแคมเปญ ได้แก่ การขอเปิดให้บริการพื้นที่พิเศษเพิ่มเติมแก่นักท่องเที่ยว ในการคืนภาษี (VAT Refund) ในพื้นที่ย่านแหล่งท่องเที่ยว หรือ ห้างสรรพสินค้า สำหรับการซื้อสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมสรรพากร เรื่อง การแต่งตั้งตัวแทนการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยว และการเพิ่ม Fast Lane ณ สนามบินนานาชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ นักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้า จิวเวอรี่ และอัญมณี ได้คืนภาษีได้รวดเร็วขึ้น

      2. สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ได้เสนอความเห็นว่าเพื่อเป็นการจูงใจและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจีนยื่นขอวีซ่า ณ สถานทูต และ สถานกงสุลไทย โดยเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ให้สามารถยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศไทย 1 ครั้ง แต่สามารถเดินทางได้ 2 ครั้ง (Double Entries Visa) ภายในระยะเวลา 6 เดือน

      3. ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) นอกจากจะเดินทางมาท่องเที่ยวเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหลักแล้ว จะนิยมเดินทางไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศลาว กัมพูชา และมาเลเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่ต้องทำการตรวจลงตรา (วีซ่า) เข้ามาในไทยแล้ว เมื่อออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านจำเป็นต้องขอวีซ่าอีกครั้งหนึ่ง หากมีการทบทวนมาตรการวีซ่านี้ โดยอนุญาตให้เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก (Re-Entry Permit) แบบอนุญาตครั้งเดียว ในช่วงอายุที่เหลืออยู่ของวีซ่า ก็จะเป็นการสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มนี้ เป็นการกระตุ้นและสร้างความพึงพอใจให้นักท่องเที่ยว อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามแดนเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ตามกรอบความร่วมมืออาเซียนอีกด้วย

      4. การเดินทางผ่านด่านพรมแดนทางบกของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากฐานข้อมูลกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในปี 2560 มีจำนวนเกือบ 5 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 3.01 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 ประกอบกับปัจจุบันมีชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากที่อาศัยและทำงานในประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ซึ่งนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพื่อการช้อปปิ้ง พักผ่อนหย่อนใจ การแข่งกีฬาหรือชมการแข่งขัน รวมทั้งการเดินทางเข้ามาดูแลรักษาสุขภาพ อย่างไรก็ดี จากการที่กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา เพื่อการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลา 30 วัน (ผ.30) ซึ่งจะเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับพรมแดนทางบก สามารถเข้ามาในประเทศไทยด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปีปฏิทิน ยกเว้นบุคคลสัญชาติมาเลเซีย โดยมี ผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2559 เป็นต้นมา ซึ่งมีผลบังคับใช้กับบุคคลสัญชาติที่ได้รับสิทธิ์ ผ.30 เท่านั้น อาจจะเป็นการปิดโอกาสและสร้างความไม่สะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพและ มีกำลังซื้อที่อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทยได้

     5. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณาแล้ว เห็นว่า ประเทศไทยควรมีการทบทวนมาตรการด้านการตรวจลงตรา (วีซ่า) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวระยะสั้นเป็นการเร่งด่วน โดยมาตรการด้านวีซ่าจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยส่งเสริมร่วมกับโครงการ Amazing Thailand Grand Sale “Passport Privileges” รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ที่ประเทศไทยดำเนินการ เช่น มาตรการความปลอดภัย มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา VoA เป็นระยะเวลา 2 เดือน เป็นต้น เพื่อให้สามารถกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเห็นควรให้มีการทบทวนมาตรการด้านการตรวจลงตรา (วีซ่า) ดังนี้

     5.1 การเพิ่มความถี่ของการเดินทาง สำหรับหนังสือเดินทางที่ขอรับการตรวจลงตราแบบสามารถเดินทางได้ครั้งเดียว (Single Entry Visa) ณ สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย จากเดิมที่สามารถเดินทางได้ 1 ครั้ง เป็นสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ 2 ครั้ง (Double Entries Visa) ภายใน 6 เดือน โดยคิดค่าธรรมเนียมอัตราเดิม คือคนละ 1,000 บาท โดยกำหนดระยะเวลาการขอรับการตรวจลงตราที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยเป็นระยะเวลา 2 เดือน

     5.2 การให้อนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก (Re-Entry Permit) แบบอนุญาตครั้งเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีวีซ่าอยู่แล้ว (ทั้งแบบ TR และ VoA) ที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านของไทย รวมถึงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางไปเยือนประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น ลาว มาเลเซีย เป็นต้น และสามารถกลับเข้ามาประเทศไทยอีกโดยไม่ต้องขออนุญาตอีกครั้ง และสามารถรักษาสิทธิ์การอยู่ในประเทศไทยตามระยะเวลาคงเหลือที่กำหนดในวีซ่าเดิม

      5.3 แก้ไขหลักการกฎกระทรวงมหาดไทยในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลา 30 วัน (ผ.30) ซึ่งจะเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับพรมแดนทางบก สามารถเข้ามาในประเทศไทยด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อปีปฏิทิน ยกเว้นบุคคลสัญชาติมาเลเซีย เป็นไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปีปฏิทิน

               ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561